อาการตกขาวที่เกิดขึ้นกับสาว ๆ ถือเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ แต่หากมากเกินไปหรือมาพร้อมกลิ่นมีพึงประสงค์แถมยังมีอาการคันอีก แบบนั้นเรียกว่าไม่ปกติแล้ว ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพในส่วนนั้นของสาว ๆ เช่นกันนะคะ วันนี้เราลองมาดูอาการตกขาวที่ไม่ปกติกันดีกว่าค่ะว่ามีลักษณะแบบไหนบ้าง และมีวิธีรักษาอย่างไร
ลักษณะการตกขาวที่เป็นปกติ
อย่างที่บอกว่าอาการตกขาวเป็นเรื่องธรรมดา แต่จะธรรมดาจริง ๆ ก็ต่อเมื่อมีลักษณะเป็นมูกเหลว ใส ไม่มีสี หรือขาวข้นคล้ายแป้งเปียก มีกลิ่นเฉพาะที่ไม่แรง ไม่เหม็น และไม่ทำให้คันช่องคลอด ปริมาณที่ตกก็จะไม่มากจนเกินไป แบบนี้ถือได้ว่าเป็นการตกขาวแบบปกติค่ะ
ลักษณะการตกขาวที่ไม่ปกติ
ตกขาวปริมาณมาก
ตกขาวปริมาณมาก สีขาวเนียนปนเทาอ่อนมีกลิ่นคล้ายกลิ่นคาวปลาเค็ม ลักษณะนี้อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
วิธีการรักษา
ยาที่ใช้จะเป็นยาเมโทรไนดาโซล (Metronidazole) 500 มิลลิกรัม วิธีใช้คือ ใช้วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกันนาน 7 วัน (ได้ผลประมาณ 95%) หรือรับประทาน 2,000 มิลลิกรัม เพียงครั้งเดียว (ได้ผลประมาณ 84%)
ตกขาวสีขาวข้น
ตกขาวสีขาวข้นคล้ายคราบนมหรือเป็นสีเหลืองขาว คล้ายนมบูด มีกลิ่นอับแต่ไม่คาว และมีอาการแสบคันช่องคลอดร่วมด้วย ลักษณะนี้เกิดจากเชื้อรา
วิธีการรักษา
สามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาเหน็บช่องคลอดโคลไตรมาโซล (Clotrimazole vaginal tablets) ขนาด 100 มิลลิกรัม สอดทางช่องคลอดวันละ 1 ครั้ง นาน 7 วัน หรือสอดครั้งละ 2 เม็ด นาน 3 วัน และขนาด 500 มิลลิกรม ให้ใช้สอดทางช่องคลอดเพียงครั้งเดียว (ได้ผลประมาณ 85-90%)
ตกขาวเป็นสีเหลืองหรือเขียว
ตกขาวเป็นสีเหลืองหรือเขียว ตกขาวมากขึ้น มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวเล็กน้อย มีลักษณะเป็นฟอง ลักษณะนี้เกิดจากการติดเชื้อทริโคโทแนสหรือเชื้อพยาธิในช่องคลอด
วิธีการรักษา
สามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานยา เช่น เมโทรนิดาโซล (Metronidazole) 2,000 มิลลิกรัม เพียงครั้งเดียว หรือแบ่งให้ครั้งละ 1,000 มิลลิกรัม ในตอนเช้าและตอนเย็นเพื่อลดอาการคลื่นไส้อาเจียนลง
ตกขาวมีสีเหลืองพร้อมอาการตุ่มใส
ตกขาวมีสีเหลืองพร้อมอาการตุ่มใสๆ ขนาดเล็กบริเวณช่องคลอด เมื่อแตกออกจะกลายเป็นแผลและแสบคัน ลักษณะเช่นนี้เกิดจากเชื้อไวรัส เกิดจากการติดโรคทางเพศสัมพันธุ์
วิธีการรักษา
อาการตกขาวชนิดนี้เกิดจากเชื้อเริม ซึ่งต้องรับการรักษาเฉพาะทางต่อไป
โดยทั้งนี้ การรักษาอาการตกขาวต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น การรับยาเพื่อรักษาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนนะคะ การซื้อยามาใช้หรือทานเองจากบุคคลที่ไม่มีความรู้ทางด้านยา อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อน หรืออาจเป็นอันตรายได้หากเราแพ้ยาชนิดนั้นแต่ไม่รู้ตัว และหากใช้ยาตามที่แนะนำเบื้องต้นแล้วไม่หายควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะดีที่สุดค่ะ